หลักข้อที่ 4 สร้างความถี่สะสม

ความถี่เป็นปัจจัยชี้ขาด พ่อแม่คือตัวเลือกสำคัญใน 4 ปีแรก

ผมจรดปากกาเขียนหลักของแนวคิดเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ข้อที่สี่ลงไปในสมุดบันทึกของตัวเองว่า “สร้างความถี่สะสม” ….จากการสังเกตรวบรวมข้อมูลของผม ผมพบว่าเด็กตอบสนองต่อความถี่ได้อย่างน่าสนใจ ความถี่จะกระตุ้นพฤติกรรมการเลียนแบบ ความถี่มากสามารถกลืนความถี่น้อย

ตัวอย่างพ่อแม่ที่ได้ลองฝึกลูกบนแนวคิดเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ ที่รักษาหลักสามข้อแรกอย่างเข้มแข็งคือ “ไม่แปล” “พยุงการพูด” และ “สอนไวยากรณ์ โดยฝึกพูดจากความรู้สึก” เพียงระยะเวลาไม่นานเด็กก็จะเริ่มเปล่งเสียงเลียนแบบพ่อแม่ออกมา ยิ่งพ่อแม่ใช้ความถี่มากเท่าไหร่ เด็กก็จะเลียนแบบได้เร็วขึ้นเท่านั้น

เมื่อเด็กเริ่มเข้าสู่เส้นทางเด็กสองภาษาแล้ว เด็กที่ได้รับความถี่ในการฟังพูดภาษาที่หนึ่งมาก เด็กก็จะพัฒนารุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว 

สำหรับในโหมดภาษาที่สอง เด็กได้รับความถี่น้อยกว่า เด็กจะพัฒนาได้น้อยกว่า แต่ก็ยังคงมีโหมดภาษาที่สองอยู่ เมื่อเด็กโตขึ้นมา แล้วอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีภาษาที่หนึ่งเยอะกว่า อิทธิพลของความถี่ภาษาที่หนึ่งก็จะเบียดภาษาที่สองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ไวยากรณ์ปนกัน การใช้ศัพท์ปนกัน หรือแม้กระทั่งสำเนียงการออกเสียงก็ตาม

ดังนั้นพ่อแม่จะต้องรักษาความถี่การใช้ภาษาที่สองนี้ให้สม่ำเสมอ ตามจุดที่เหมาะสมของตัวเอง บางเรื่องก็ต้องทำใจบ้าง สมาชิกท่านหนึ่งในเว็บ 2pasa.com “แม่น้องพลอยชมพู” ซึ่งท่านอาศัยอยู่ในประเทศเยอรมนี (ปัจจุบันบ้ายมาปักหลักอยู่ในเมืองไทยแล้ว) ลูกสาว “น้องพลอยชมพู” ได้ถูกสร้างมาเป็นเด็กสามภาษา ให้ความเห็นที่น่าสนใจไว้ว่า เราจะต้องรักษาการใช้ภาษาอย่างสม่ำเสมอ เพราะไม่อย่างนั้นเด็กจะลืม 

แม่น้องพลอยชมพูได้เล่าว่า เพียงแค่น้องพลอยชมพูกลับมาเยี่ยมบ้านที่เมืองไทยเพียงเดือนเศษ เมื่อพ่อซึ่งเป็นคนเยอรมันบินตามมา พอพูดเยอรมัน เด็กเริ่มงงนิดหน่อย แต่พอได้คุยสักสัปดาห์ทุกอย่างค่อยกลับเข้าที่เดิม เพราะความทรงจำระยะยาวยังอยู่ แม่น้องพลอยชมพูกล่าวไว้ว่า เราต้องดูแลเขาถึง 10 ขวบ เพราะช่วงนี้ภาษาจะฝังรากลึก พอที่เด็กจะดูแลภาษาของตัวเองให้อยู่คงทนต่อไปได้เอง