Category: Uncategorized
-
เป็นพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว สอนลูกเป็นเด็กสองภาษาได้ไหม?
มีคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยว (Single Dad) หรือคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว (Single Mom) ที่อยากจะสอนลูกเป็นเด็กสองภาษาอยู่พอสมควร ผมอยากจะตอบอย่างนี้ครับ… ถ้ามีเวลาน้อยในการอยู่กับลูก ความถี่คงได้ไม่เยอะ ผมแนะนำให้เลือกระบบหนึ่งเวลาหนึ่งภาษาในการสอน ไม่จำเป็นตอนสอนเยอะ เน้นปูพื้นฐานการออกเสียงให้ดีเป็นหลัก และยึดเรื่องความสุขระหว่างลูกกับพ่อแม่ครับ ถ้าคุณเข้าใจหลักอย่างลึกซึ้งและสอนแม่น อีกทั้งเด็กมีความพร้อมในการรับ ผมคิดว่าเด็กสามารถเป็นเด็กสองภาษาได้เช่นกัน พยายามพาเด็กไปยังพื้นที่ที่มีสภาพแวดล้อมเอื้อในการคุยภาษาอังกฤษด้วยจะดี มา ถือว่าเป็นการช่วยเพิ่มปริมาณความถี่ให้กับเด็ก อย่างไรก็ตาม คนโดยส่วนใหญ่จะไม่เข้ามาขัดเกลาการเลียนแบบให้ลูกคุณ คุณจำเป็นต้องดูแลชิ้นส่วนนี้ด้วยตัวคุณเอง
-
ควรจะเริ่มสอนเด็กอ่านและเขียนเมื่อไหร่ดี
ตามแนวคิดเด็กสองภาษา ไม่เร่งอ่านและเขียนครับ ผมอยากให้เน้นฟังและพูดเป็นหลัก เพื่อสร้างโหมดให้เกิดขึ้นก่อน เมื่อเด็กพูดได้จากความรู้สึกแล้ว ความรู้สึกการพูดจะค้ำการอ่านเอง จากนั้นค่อยมาเติมเรื่องอ่านและเขียนทีหลัง เมื่อเด็กพร้อมในการอ่านและเขียน เด็กจะทำได้ดีและมีพัฒนาการอย่างรวดเร็วจนน่าทึ่ง ในช่วงสี่ปีแรกของการสอนสองภาษากับลูกผม นั้น ผมแทบจะไม่สอนอ่านให้กับลูกเลย ผมใช้เวลาส่วนใหญ่ไปเน้นเรื่องการพูดให้เคลียร์ พูดจากความรู้สึก และเมื่อเด็กพร้อมตอนห้าขวบ ผมก็ค่อยสอนอ่านเริ่มจากการอ่านเป็นคำ สอนผสมเสียงแบบโฟนิกส์ แล้วค่อยๆไปเรื่อยๆ ผมใช้เวลาไม่นานนัก เด็กก็สามารถอ่านได้อย่างรวดเร็ว ออกเสียงได้ดี จนปัจจุบันเพ่ยเพ่ยแปดขวบ ผมได้สอนการอ่านอักษรโฟเนติกส์และการเปิดดิกชันนารีอังกฤษ-อังกฤษในการหา ความหมายและเช็คการออกเสียงที่ถูกต้องอีกด้วย และถ้าเป็นไปได้ ผมอยากให้ครอบครัวทุกครอบครัวทำแบบนี้ เพื่อต่อไปเขาจะได้ดูแลภาษาอังกฤษด้วยตัวของเขาเองได้
-
อยากให้ลูกพูดภาษาอังกฤษได้อย่างเป็นธรรมชาติ จะเริ่มต้นอย่างไรดี?
พ่อแม่ที่ได้ยินได้ฟังเรื่องของเด็กสอง ภาษามาบ้างแล้วรู้สึกสนใจ ส่วนใหญ่มักจะ “ใจร้อน” อยากให้ลูกพูดออกมาได้เร็วๆ จริงๆแล้วผมอยากให้พ่อแม่เริ่มต้นศึกษาแนวคิดเด็กสองภาษาอย่างใจเย็น…ให้ เก็บประเด็น ปะติดปะต่อเรื่องราวและหลักการให้ลึกซึ้งมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อให้มองเห็นภาพใหญ่ของการเดินทางของลูกคุณไปเป็นเด็กสองภาษาได้อย่าง ชัดเจน แนวคิดเด็กสองภาษา ตั้งอยู่บนวิถีธรรมชาติ เน้นให้เด็กพูดภาษาอังกฤษออกมาจากความรู้สึก การฝึกเริ่มต้นไม่เน้นปริมาณคำศัพท์มากมาย แต่เน้น “คุณภาพ” ของความรู้สึกและการออกเสียงที่ดี เด็กต้องการความถี่ในการฟังและการตีความด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้าที่มากเพียง พอ พ่อแม่ที่ฝึกเด็กสองภาษาจำนวนไม่น้อยใจ ร้อนและไม่เข้าใจเรื่องนี้ดีพอ ก็จะพยายามพูดเยอะๆ พูดทั้งวัน คุณภาพเสียงของต้นแบบนั่นก็คือพ่อแม่ยังไม่ดีพอ ทำให้ลูกพูดออกมาไม่เคลียร์ นั่นก็ถือว่ายังทำไม่ถูกต้องตามแนวคิดเด็กสองภาษา อีกส่วนหนึ่ง..เด็กจำนวนมากที่พ่อแม่พูด ภาษาอังกฤษด้วยก็นิ่งเงียบ หรือไม่ก็พูดไทยออกมา นั่นสะท้อนให้เห็นว่าเด็กไม่ได้อยู่ใน “โหมด” ของการพูดจากความรู้สึก ดังนั้นจุดเริ่มต้นในการสอนลูกเป็นเด็กสอง ภาษาคือ…ศึกษาแนวคิดเด็กสองภาษาให้ลึกซึ้งเพียงพอ ให้เห็นภาพใหญ่ของการเดินทาง สิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ และที่สำคัญ “ต้นแบบ” ของลูก นั่นก็คือพ่อแม่ ต้องศึกษาเรื่องระบบการออกเสียงภาษาอังกฤษให้เข้าใจอย่างดีด้วยครับ
-
ให้เด็กฟังเพลงฝรั่งเยอะ ดูดีวีดีทั้งวันแล้วเด็กจะพูดอังกฤษเก่งหรือเปล่า
ตามแนวคิดเด็กสองภาษาการฟังเพลงหรือดู ดีวีดีฝรั่ง ไม่ได้ทำให้เด็กพูดสองภาษาได้ครับ ไม่อย่างนั้นเราฟังเพลงฝรั่งตั้งแต่เด็ก โตขึ้นมาดูแต่หนังฮอลิวู้ด พวกเราก็พูดภาษาอังกฤษปร๋อไปแล้ว พ่อแม่ที่ยอมเสียเงินแพงๆเพื่อส่งลูกไป เรียนเพิ่มเติมตามศูนย์ภาษาที่เน้นเด็กเต้นๆตามเพลง มีฝรั่งนำและมีพี่เลี้ยงวิ่งตามไปมา แล้วคิดว่าจะมีพลังงานบางอย่างจากฝรั่งส่งมาแล้วลูกคุณจะพูดอังกฤษได้นั้น ผมอยากจะให้นึกทบทวนวัยเด็กของคุณสักนิดว่าตอนที่คุณโตขึ้นมาแล้วพูดภาษาไทย ได้นั้น คุณทำแบบนั้นหรือเปล่า! เพลงฝรั่งและดีวีดีนั้นเป็นแค่ “เครื่องมือที่ช่วยสอน” เท่านั้น แก่นสำคัญคือการสอนให้ถูกต้องตามหลักตามแนวคิด ผมอยากให้พ่อแม่ทบทวนอ่านในหัวข้อ “การพูดจากความรู้สึก ตามแนวคิดเด็กสองภาษา เกิดขึ้นได้อย่างไร?”
-
สอนลูกเป็นเด็กสองภาษาได้ตั้งแต่อายุเท่าไหร่?
อยากให้ลูกเป็นเด็กสองภาษา ชอบแนวคิดเด็กสองภาษา แต่ไม่รู้จะเริ่มสอนลูกตั้งแต่เมื่อไหร่ เริ่มตั้งแต่เล็กๆมันจะเร็วไปไหม คนรอบข้างบอกว่ากดดันลูก เดี๋ยวลูกเครียด รอให้โตก่อนแล้วค่อยสอนจะดีกว่ามั้ย พบคำตอบในคลิปนี้
-
สอนลูกเป็นเด็กสองภาษา ควรเลือกสำเนียงอังกฤษอะไรดี?
ภาษาอังกฤษมีอยู่หลายสำเนียง ยิ่งรวมสำเนียงถิ่นเข้าไปด้วยยิ่งมากมาย แล้วพ่อแม่เมื่อเริ่มสอนเราจะใช้สำเนียงไหนดี มาหาคำตอบกัน
-
สอนเด็กสองภาษามาสักพัก รู้สึกเหนื่อยและท้อ ทำอย่างไรดีคะ?
ผมเชื่อว่าความเหนื่อยและท้อต้องมาจาก การตอบรับของลูกยังไม่ดี หรือยังไม่พูดออกมาเลย ถ้าเด็กพูดภาษาอังกฤษออกมาได้ ความเหนื่อยและท้อคงหายเป็นปลิดทิ้ง คำแนะนำมีอย่างนี้ครับ…ลองตรวจสอบดูก่อน ว่าการสอนของคุณนั้น ถูกต้องตามหลักของแนวคิดหรือเปล่า? ถ้าการตอบรับไม่ดี เนื่องจากสอนผิดพลาด ก็น่าเสียดาย ขั้นตอนถัดมาถ้าเหนื่อยเพราะคุณใจร้อน เร่งเกินไป ผมแนะนำให้ลดความเข้มข้นลงมาให้สอดคล้องกับเงื่อนไขของครอบครัว เหมาะสมกับความพร้อมของเรา เช่นปรับไปใช้ระบบการสอนแบบหนึ่งเวลาหนึ่งภาษา จากเดิมพูดอังกฤษ 50% ก็ให้ลดลงมาอาจจะเหลือ 30% หรือน้อยกว่านั้น ให้เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ ลองดูว่าทำแค่นี้พอดีกับตัวเองไหม ถ้ารู้สึกว่ากำลังพอดี ก็ให้เลือกความเข้มข้นขนาดนี้ในการสอนครับ ที่สำคัญที่สุด อย่าลืมแวะไปเติมกำลังใจ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ และเติมเต็มความรู้ใหม่ๆจากเพื่อนสมาชิกที่สอนลูกเป็นเด็กสองภาษาเหมือนกัน ที่หมู่บ้านเด็กสองภาษาครับ
-
เวลาพูดอังกฤษสำเนียงไทยมาก กลัวเสียงเพี้ยนแล้วลูกจำอย่างผิดๆ?
ถ้าเรื่องนี้เป็น “ปม” ที่พ่อแม่เอาเป็นข้ออ้าง ไม่สอนลูกเป็นเด็กสองภาษาทั้งที่ใจอยากจะสอนให้ลูกเป็นเด็กสองภาษา ผมรู้สึกเสียดายโอกาสแทน…สำหรับเรื่องนี้ผมมีข้อแนะนำอยู่สองข้อครับ ข้อแรก…ฝึกพื้นฐานการออกเสียงให้ดี คุณรู้หรือเปล่าว่าคนไทยมีความสามารถในการ เลียนแบบเสียงภาษาต่างๆ…ในภาษาไทยของเรา เรารับรู้ทั้งการออกเสียงสั้น เสียงยาว เสียงควบกล้ำ การลงตัวสะกดหลายๆตัว คนไทยหูไวและเลียนเสียงเก่ง แต่เราออกเสียงภาษาอังกฤษเพี้ยน ไม่ใช่เราเลียนเสียงไม่ได้ มันเป็นเพราะเราเข้าใจผิดในเรื่องภาษาอังกฤษอยู่มากมาย เสียงในภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันมี ทั้งหมด 40 หน่วยเสียง ซึ่งไม่ได้เยอะมากมายเกินกว่าจะเรียนรู้และเลียนแบบ ผมอยากให้พ่อแม่ใช้เวลาทำความเข้าใจระบบการออกเสียงของภาษาอังกฤษ จากนั้นก็ฝึกให้ได้ใกล้เคียง ให้เสียงเคลียร์เพียงพอ และดูแลการออกเสียงของตัวเองให้ได้ โดยสามารถใช้ดิกชันนารีภาษาอังกฤษ-อังกฤษเป็น…อ่านตัวกำกับการออกเสียงสากล ที่เรียกว่า “โฟเนติกส์” ออก เพียงเท่านี้ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการออกเสียงเป็นต้นแบบให้ลูกครับ (สำหรับท่านที่สนใจศึกษาเรื่องการออกเสียงนี้ให้ลึกขึ้น ผมเปิดเวิร์กช็อปโฟนิกส์และการออกเสียงอยู่เป็นประจำ ติดตามข้อมูลการจัดเวิร์กช็อปนี้ได้ที่เว็บ 2pasa.com ครับ) ข้อสอง…อย่ารอคอยความสมบูรณ์แบบ ถ้าคุณได้ศึกษาแนวคิดเด็กสองภาษาไปพอสมควร คุณจะรู้ว่าผมเน้นการฝึกให้เด็กพูดจากความรู้สึก แล้วการพูดจากความรู้สึกให้ได้นั้นจะต้องอาศัยความถี่ พร้อมกับให้เด็กตีความด้วยประสามสัมผัสทั้งห้า พ่อแม่ที่สอนตามแนวคิดเด็กสองภาษาไปสักพักก็จะรู้ดีว่า..กว่าเด็กจะจำคำ ศัพท์สักคำจากการตีความแล้วให้เด็กพูดออกมาจากความรู้สึกได้นั้น พ่อแม่จะต้องพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่ามากแค่ไหน เมื่อคุณเข้าใจถึงจุดนี้แล้ว ย้อนกลับมาดูความสมบูรณ์แบบในจินตนาการของเราบ้าง ความสมบูรณ์แบบในการสอนภาษาอังกฤษของเราก็คือ “ฝรั่งเจ้าของภาษาเป็นคนสอน” ผมอยากจะถามว่าจะมีครูฝรั่งคนไหนบ้างที่สามารถดูแลการพูดของเด็กแต่ละคน ขัดเกลาการเลียนแบบซ้ำแล้วซ้ำเล่า เพื่อให้เด็กพูดได้ชัดและพูดจากความรู้สึกออกมาได้ ครูฝรั่งในโรงเรียนทั่วไป ต้องดูเด็กยี่สิบสามสิบคน สัปดาห์หนึ่งสี่คาบ คาบละห้าสิบนาที…ลำพังแค่เนื้อหาในบทเรียนก็สอนกันไม่ทันแล้ว อย่าว่าจะมาดูแลเด็กรายตัวและขัดเกลาการเลียนแบบได้เลย…
-
ลูกไม่พูดหรือพูดช้า เกี่ยวกับการสองภาษาหรือเปล่า?
ผมมีโอกาสได้อ่านงานวิจัย บทความเกี่ยวกับเด็กสองภาษาในต่างประเทศอยู่จำนวนไม่น้อย ผมยังไม่เคยเห็นว่ามีรายงานเด็กพูดช้าเพราะเกี่ยวกับการสอนสองภาษา ส่วนใหญ่จะเป็นรายงานว่าคนที่พูดสองภาษานั้น จะช่วยกระตุ้นสมองทำงานดีกว่าการพูดภาษาเดียวมากกว่า บางงานวิจัยไปถึงขั้นว่าพูดสองภาษาจะทำให้อายุยืนกว่าพูดภาษาเดียวเสียด้วย ซ้ำ ในเรื่องทำนองนี้ ถ้าเด็กจะพูดช้าต่อให้สอนภาษาเดียวก็จะพูดช้า ดังนั้นจะขึ้นอยู่เงื่อนไขของเด็กแต่ละคน ในกรณีลูกผม เพ่ยเพ่ยผมสอนสองภาษาตั้งแต่เกิด ปรากฏว่าเพ่ยเพ่ยสามารถพูดได้ทั้งสองภาษาอย่างรวดเร็ว เร็วกว่าและชัดกว่าลูกพี่ลูกน้องที่คลานตามกันมาและพูดไทยเพียงอย่างเดียว เสียอีก
-
เราต้องสอนสองภาษากับลูกไปจนถึงเมื่อไหร่?
เมื่อคุณสอนภาษากับเด็กไปสักพักคุณจะทราบ ว่าเด็กจดจำได้รวดเร็วอย่างน่าทึ่ง และก็ลืมได้อย่างรวดเร็วจนน่าใจหายเหมือนกัน พ่อแม่ที่พาลูกไปอยู่ต่างประเทศตอนเล็กๆ ทั้งที่เด็กพูดไทยได้คล่องแล้ว แต่เมื่ออยู่เมืองนอกนานๆแล้วพ่อแม่ไม่ได้พูดไทยกับลูกอีก เมื่อเด็กโตขึ้นมา เด็กจำนวนมาก ไม่สามารถพูดไทยได้และก็ฟังไม่ออก ดังนั้นผมแนะนำให้สอนสองภาษาไปเรื่อยๆจน กว่าเด็กจะดูแลภาษาของตัวเองได้ ซึ่งอาจจะเป็นสิบขวบ สิบสอง หรือมากกว่านั้น ก็ขึ้นอยู่กับวุฒิภาวะของเด็กแต่ละคน แต่ถ้าการสอนสองภาษายังเป็นเรื่องที่สนุกและความสุขในครอบครัว ก็อย่าเพิ่งเลิกไปเลยครับ แต่อาจจะลดความเข้มข้นลง พูดภาษาไทยมากขึ้นหน่อย เลือกระบบหนึ่งเวลาหนึ่งภาษา ผมว่าก็เป็นสิ่งที่ดี และถือว่าเป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของครอบครัว และเป็นการตรวจสอบคุณภาพการพูดภาษาที่สองของลูกอย่างต่อเนื่องอีกด้วย
