Author: PONGRAPEE TACHAPAHAPONG

  • แนวคิดเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ เป็นแนวคิดที่มาจากต่างประเทศหรือเปล่า?

    คำถามข้อนี้เป็นอีกหนึ่งคำถาม ถึงแม้ว่าจะมีถามเข้ามาไม่บ่อยนัก แต่ก็น่าสนใจ คำตอบคืออย่างนี้ครับ…หลักทั้งหมดของแนวคิดเด็กสองภาษานั้นมาจาก ประสบการณ์การสอน การทดลอง การค้นคว้ากระบวนการเรียนรู้ภาษาแม่ และได้สรุปออกมาเป็นหลักการแนวคิด…ทั้งหมดมาจากผมเอง ดังนั้นถ้าคุณได้ศึกษาเรื่องการสอนภาษา อังกฤษให้กับเด็กหลายๆที่ จะพบว่าหลักบางส่วนจะตรงกับแนวคิดเด็กสองภาษา แต่หลายอย่างก็แตกต่างกัน และบางเรื่องก็แตกต่างกันอย่างมาก อย่างเช่นหลักข้อที่หนึ่งของแนวคิดเด็กสองภาษาคือ “ไม่แปล” ในขณะที่โรงเรียนหรือสถาบันการสอนภาษาอังกฤษหลายๆที่ สอนไปแปลไป…แนวคิดเด็กสองภาษาเน้นพ่อแม่เป็นคนสอน ในขณะที่สำนักอื่นเน้นจุดขายเป็นเจ้าของภาษา…แนวคิดเด็กสองภาษา ไม่ได้พูดถึงเรื่องร้องรำทำเพลงภาษาอังกฤษ ในขณะที่สถาบันสอนเด็กอัจฉริยะทั้งหลายเน้นเรื่องนี้เหลือเกิน…แนวคิดเด็ก สองภาษา เน้นการฟังพูดให้ได้จากความรู้สึกในช่วงสี่ขวบแรก แต่พ่อแม่หลายคนก็พยายามฝึกเด็กให้อ่านให้ออกตั้งแต่สองขวบ…แนวคิดเด็กสอง ภาษาพูดถึงไวยากรณ์อยู่ในความรู้สึก ดังนั้นสอนไวยากรณ์ ก็ไม่จำเป็นต้องสอนไวยากรณ์ดั่งเช่นเดียวกับภาษาแม่ ที่เราใช้ไวยากรณ์ภาษาไทยได้อย่างถูกต้อง แต่พ่อแม่ไม่เคยสอนหลักไวยากรณ์ให้กับเรา…แต่โรงเรียนจัดหนักกับการ ท่องไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ เพื่อไปทำข้อสอบให้ได้ ผมเองเรียนมาทางสายวิทย์ การประมวลข้อมูลทั้งหลายออกมาเป็นหลักการแนวคิด ตัดสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปให้มากที่สุด ฟันธงประเด็นต่างๆ นับว่าเป็นเรื่องที่ผมถนัดและชื่นชอบในการถ่ายทอด ดังนั้นแนวคิดเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ เป็นแนวคิดเฉพาะที่ถูกออกแบบมาตอบโจทย์การเรียนรู้ภาษาที่สอง โดยจำลองสภาพแวดล้อมให้เรียนรู้ดั่งเช่นเราเรียนรู้ภาษาแม่ และอาศัยกลไกขับเคลื่อนที่ใกล้ตัวเด็กที่สุด สร้างความถี่ได้มากที่สุด ตั้งใจมากที่สุด รักเด็กมากที่สุดมาสร้างให้เกิดนั่นก็คือ….พ่อแม่ การเริ่มต้นจะต้องเริ่มจากความไม่สมบูรณ์แบบแล้วค่อยๆพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีขึ้นเรื่อยๆ และนี่คือแกนหลักของแนวคิดเด็กสองภาษาครับ การเตรียมพร้อมลูกให้เป็นเด็กสองภาษา ตั้งแต่ยังเด็ก ถือว่าเป็นรากฐานที่ดีที่จะทำให้เด็กฟังพูดภาษาอังกฤษได้ดี และเมื่อโตขึ้น เขาจะได้เปรียบในการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ เพราะขุมความรู้ในโลกส่วนใหญ่เป็นภาษาอังกฤษ เขาจะเรียนรู้ได้ทันที ไม่ต้องรอคนมาแปล อีกทั้งเขาไม่จำเป็นต้องเสียเวลามากมายไปนั่งเรียนภาษาอังกฤษนอกเวลาทำงาน อีก…อย่างที่คนรุ่นพ่อแม่ต้องทำในปัจจุบัน…

  • เด็กสองภาษาคืออะไร แล้วทำไมถึงเกิดสิ่งนี้ขึ้นในสังคมไทย?

    ช่วงนี้ได้ยิน ได้เห็นพ่อแม่พูดภาษาอังกฤษกับเด็กจนชินตา และได้รับรู้เรื่องราวของการสร้างเด็กสองภาษาอยู่บ่อยครั้ง เด็กสองภาษาคืออะไร แล้วทำไมถึงเกิดสิ่งนี้ขึ้นในสังคมไทย? การ อธิบายเรื่องนี้ผมต้องขอย้อนเวลาไปในปี 2009 ในปีนั้นผมได้เขียนหนังสือออกมาหนึ่งเล่มชื่อว่า “เด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้” หนังสือเล่มนี้เป็นการเสนอแนวคิดใหม่ในการสอนภาษาอังกฤษกับเด็ก โดยฝึกให้เด็กพูดภาษาอังกฤษจากความรู้สึกอย่างเป็นธรรมชาติ และคนที่สอนก็คือพ่อแม่ของเด็กซึ่งก็ไม่จำเป็นต้องเก่งภาษาอังกฤษแต่อย่างไร ! เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้มาจากประสบการณ์ ของผมเองในการสอนลูกให้พูดภาษาอังกฤษจากความรู้สึก ผมได้เล่าประสบการณ์ตั้งแต่จุดเริ่มต้นจากลูกตัวเล็กๆจนสามารถพูดภาษาอังกฤษ ออกมาได้ตั้งแต่สามขวบ พร้อมกับสรุปหลักในการสอนออกมาเป็นข้อๆ หลังจากหนังสือวางตลาดไม่นานนัก ปรากฏว่ามีพ่อแม่จำนวนมากสนใจแนวคิดนี้ รวมทั้งสื่อต่างๆก็มาทำข่าว เขียนบทความและถ่ายสารคดีเรื่องนี้อยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นรายการตาสว่าง ชีพจรโลก หรือครอบครัวเดียวกัน จากจุดนี้เองทำให้แนวคิดนี้เผยแพร่ออกไปเป็นวงกว้างในสังคมไทย ตั้งแต่นั้นมาก็มีพ่อแม่เริ่มสอนลูกพูด ภาษาอังกฤษตามแนวคิดนี้มากขึ้นเรื่อยๆ และมาสมัครเป็นสมาชิกเว็บสองภาษาดอทคอม (2pasa.com) เพื่อเล่าประสบการณ์ โพสคลิปพัฒนาการพูดภาษาอังกฤษของลูกนับร้อยนับพันคลิป และมีการพูดปากต่อปากต่อๆกันมา..จนคำว่า “เด็กสองภาษา” กลายเป็นคำฮิต ในการสอนลูกพูดภาษาอังกฤษไปในที่สุดครับ

  • เด็กภาษาสองชั้นคืออะไร?

    คำนี้เป็นคำที่ผมตั้งขึ้นมาใหม่เพื่อเป็น การเปรียบเทียบจุดที่แตกต่างระหว่างการฝึกให้เป็นเด็กสองภาษากับเด็กภาษาสอง ชั้น สำหรับท่านที่ยังไม่ได้อ่านหนังสือเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้ ผมจะสรุปให้อ่านอีกครั้งครับเด็กสองภาษา…คือเด็กที่พูดสองภาษาจากความ รู้สึกทั้งสองโหมด อยู่ในโหมดไทยก็พูดไทยด้วยความรู้สึก ไม่ต้องคิดมาก คิดกับพูดพุ่งออกมาพร้อมกัน ซึ่งคนไทยทุกคนเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว และถ้าพูดภาษาอังกฤษก็พูดภาษาอังกฤษด้วยความรู้สึก ไม่ต้องคิดมาก คิดกับพูดพุ่งออกมาพร้อมกัน ส่วนเด็กภาษาสองชั้น…คือเด็กที่เรียนมาแบบ แปล เน้นท่องจำไวยากรณ์ เมื่อพูดภาษาอังกฤษก็จะสร้างชั้นการแปลขึ้นมา ยืนคิดตรวจสอบไวยากรณ์ในหัว ว่าสิ่งที่จะพูดนั้นถูกต้องตามหลักไวยากรณ์แล้วหรือยัง การคิดมากก่อนพูดอย่างนี้ทำให้ทุกคนที่เป็นเด็กภาษาสองชั้นเกิดความกลัวผิด ที่จะพูด แล้วจะไม่พูดในที่สุด ผมและพวกเราโดยส่วนใหญ่ถูกหล่อหลอมให้เป็น เด็กภาษาสองชั้น เล่นมามากมายนานนับสิบปี แต่เวลาจะพูดประโยคง่ายๆสักประโยค นึกไม่ออก คิดมาก กลัวผิด นี่แหละคือผลผลิตที่เรียกว่า “เด็กภาษาสองชั้น” ผมไม่อยากให้เด็กไทยเป็นเด็กภาษาสองชั้นแบบเราที่ผ่านมา แนวคิดเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้จึงเกิดขึ้นมา

  • เด็กต่อต้าน ไม่ยอมพูดและเดินหนี ทำอย่างไรดี?

    อันดับแรกต้องแยกก่อนว่าเหตุการณ์นี้เกิด กับเด็กเล็กหรือเด็กโต ในกรณีที่เป็นเด็กเล็กไม่เกินสามขวบ เมื่อมีการพูดสิ่งที่เขาไม่คุ้นเคย เด็กอาจจะงงถึงการเปลี่ยนแปลงของโทนเสียง เขาอาจจะรู้สึกแปลกและกลัว เด็กก็จะเดินไปหาพื้นที่ปลอดภัยของเขาเอง เช่นไปหาคนในบ้านอีกคนที่พูดในสิ่งที่คุ้นเคย ถ้าเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นกับลูกคุณก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติครับ ให้ทำต่อไป แต่ต้องใจเย็นๆทำให้ถูกหลักการและต้องใช้เวลาสักนิดให้เด็กปรับตัว อย่าพยายามพูดเยอะ โดยเฉพาะพูดเป็นประโยค ให้พูดให้น้อย เน้นเป็นคำ หรือวลีง่ายๆ แล้วมีภาษาท่าทางประกอบทุกครั้ง ที่สำคัญ “ไม่แปล” ถึงแม้ว่าเด็กไม่เข้าใจ เพื่อบังคับให้เด็กตีความด้วยประสาทสัมผัสทั้งห้า กระบวนการเหล่านี้จะเป็นการสร้างโหมดภาษาที่สองให้กับเด็ก สำหรับเด็กโต…เช่นสี่ห้าขวบขึ้นไป เด็กเริ่มจะรู้เรื่องแล้ว…ก่อนที่จะสอนพ่อแม่จะต้องค้นหาแรงบันดาลใจของเด็ก ให้พบเสียก่อน ซึ่งอาจจะเป็นการไปเจอตัวละครที่เด็กชื่นชอบในต่างประเทศ เช่นแซนต้าครอส เจ้าชาย เจ้าหญิงในเทพนิยาย ซึ่งเด็กแต่ละคน ครอบครัวแต่ละครอบครัวจะมีเรื่องราวเหล่านี้แตกต่างกัน ให้ค้นหาให้พบ เมื่อเจอแล้วก็นำสิ่งนี้ไปผูกกับเงื่อนไขว่า พ่อแม่กำลังฝึกลูกพูดภาษาอังกฤษอยู่นะ เพราะไปต่างประเทศจะได้พูดคุยกันรู้เรื่อง ต้องให้เด็กยอมรับ และมีเป้าหมายในการทำ  ถ้าคุณไม่ผ่านเงื่อนไขตรงนี้แล้วฝืนทำ เด็กจะต่อต้านและไม่เอาในที่สุดครับ และสิ่งที่กล่าวมานี้ก็คือหลักข้อที่แปดของแนวคิดเด็กสองภาษา พ่อแม่สร้างได้…หาแรงบันดาลใจ ผูกกับเงื่อนไข